ประวัติความเป็นมาของช่างกลนนทบุรี (ช.ก.น)

       าชีพช่างถึงจะมีมานานแล้วก็ตาม มีมาตั้งแต่บรรพบุรุษ เช่นช่างไม้ช่างแกะสลัก ช่างตีเหล็ก ฯลฯ และได้มีอาชีพช่างเกิดขึ้นและเป็นอาชีพช่างที่ทุกๆหนแห่งของโลกต้องการ คือช่างกล
ประเทศไทยของเราพยายามอย่างยิ่งที่จะสร้างผู้ที่มีความสามารถในอาชีพช่างกลนี้ ในขั้นต้นทุก คนก็มีเพียงแต่หวัง แต่ต่อมาก็ใกล้ความจริงเข้ามาทุกที ในเมื่อมีนายทหารเรือกลุ่มหนึ่งซึ่งท่าน เหล่านี้ต่างก็มีความจริงใจอยากให้มีโรงเรียน ที่มีส่วนเกี่ยวกับวิชาช่างกลขึ้นสักแห่งหนึ่งใน ประเทศไทย ซึ่งในตอนนั้น จะเสนอรัฐบาลก็ลำบาก จึงได้รวบรวมพวกเพื่อนๆ ที่มีความเห็นตรงกันตั้ง เป็นโรงเรียนขึ้น และได้ให้ซื่อว่า"โรงเรียนอาชีพช่างกล"   ทุกท่านที่ได้ร่วมกันตั้งขึ้นมานี้แต่ละท่านต้องออกเงินคนละ500บาท ต่อเดือน เพื่อให้เป็นค่าใช้จ่ายในโรงเรียนพร้อมทั้งมาสอนโดยการกำหนดว่าเดือนนี้ใครมาสอน วันไหนและครูที่สอนนี้บ้างท่านก็เกษียณแล้วท่านก็อุสาห์มาสอนให้ ต่อมา หลวง สินธุแม่ทัพเรือ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ได้โอนอาชีพช่างกลมาเป็นของรัฐบาลและต่อมาก็ได้เป็น " โรงเรียนช่างกลปทุมวัน" ในที่สุด แต่ต่อมาความต้องการของประชาชนมีมากขึ้นในวิชาแขนงนี้ ดังนั้นใน ปี พ.ศ 2500 ท่านอธิบดีกรมอาชีวะจึงได้มอบงานในการหาสถานที่สร้างโรงเรียนช่างกลขึ้นอีกแห่ง ให้อาจารย์ สิทธิผล พลาชีวิน ซึ่งในขณะนั้นท่านได้ ดำรงตำแหน่ง อาจารย์ใหญ่ โรงเรียนช่างกลปทุมวันท่านอธิบดีมีความเห็นว่าโรงเรียนช่างกลแห่งใหม่นี้ควรจะตั้งอยู่ใน เขตติดต่อ กับกรุงเทพฯ และอยากจะให้ติดแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย เพราะถ้าได้มีโอกาสจะได้สร้างอู่ต่อเรือให้นักเรียน ฝึกงานและจะให้เป็นโรงเรียน ช่างกลตัวอย่างที่มีอู่ต่อเรือด้วย ดังนั้นท่าน อาจารย์สิทธิผล พลาชีวิน กับท่านอาจารย์ สนิท ศรีลิโก (ผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ในขณะนั้น) จึงได้ขับรถมาทางเมืองนนท์ ผ่านแถวพระราม 6 ก็พบที่ของโยธาธิการ (ซึ่งในขณะนี้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนช่างกลพระนครเหนือ
กับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ) มีลักษณะตามที่อธิบดีบอกแต่จะเอาที่นี่ไม่ได้เพราะเป็นที่ของ กรมโยธาธิการ จึงได้เลยขึ้นมาทางเมืองนนท์ ขับรถเลียบฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาไปตาม ถนนนนทบุรี1เมื่อมาถึงโรงเรียนศรีบุญยานนท์ ท่านอาจารย์สิทธิผล ก็เข้าไปหาเพื่อนคนหนึ่งซึ่งในขณะนั้นท่านเป็นผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ โรงเรียนศรีบุญยานนท์และมี รกรากอยู่ที่จังหวัดนนทบุรีด้วย
ซึ่งคงจะช่วยท่านได้บ้าง ท่านอาจารย์ผู้นี้คือท่านอาจารย์ ปิ่น วิริยาภรณ์ อดีตอาจารย์ใหญ่ช่างกลนนท์

       เมื่ออาจารย์สิทธิผลบอกกับอาจารย์ปิ่นแล้ว ท่านก็เล่าความต้องการ ของท่านอธิบดีให้ฟัง อาจารย์ปิ่นทราบเช่นนั้นก็ดีใจมาก จึงนำท่านอาจารย์สิทธิผลไปพบและหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัด
ท่านนายกเทศมนตรีเมืองนนทบุรีในขณะนั้นคือ คุณประกอบ ทรัพย์มณี คุณบุญช่วย ภู่โสภา และคุณจำรัส สักรวัตร (ศีกษาธิการจังหวัดในขณะนั้น) ท่านทั้งสามเมื่อได้ทราบต่างก็พลอยยินดีไปด้วย เมื่อหารรือกันแล้วก็เห็นว่าที่ ดินด้านเหนือของวัดท้ายเมืองซึ่งเป็นที่ของวัดของทรัพย์สินส่วนพระองค์ พระมหากษัตริย์ ของราชพัสดุ และของเอกชน ซึ่งที่นี่แต่เดิมมีโครงการ
จะสร้างโรงพยาบาลนนทบุรี แต่มีอุปสรรคจึงสร้างไม่ได้ ที่นี่มีเนื้อที่ประมาณ 22 ไร่เศษ ด้านหน้าติดถนนนนทบุรี2 ด้านหลังติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา และเนื้อที่นี้ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 2 กิโลเมตรกว่า

อาจารย์สิทธิผล พลาชีวิน

       เมื่อท่านอาจารย์สิทธิผลดูสถานที่เป็นที่พอใจแล้ว ก็ไปพบปะกับท่านผู้รักษาการ เจ้าอาวาสวัดท้ายเมือง เมื่อท่านตกลงแล้ว ท่านอาจารย์สิทธิผลก็นำเรื่องนี้เสนอต่อท่านอธิบดี กรมอาชีวะศึกษาซึ่งก็ได้รับความเห็นชอบด้วย และอนุมัติให้ดำเนินการได้อุปสรรค ในการก่อสร้าง "ผู้มาใหม่ย่อมแปลกตาต่อนายเวรประตู ต้องคองเฝ้าดูว่ามาดีหรือมาร้าย"ข้อความนี้มันช่างตรงกับความเป็นจริงเสีย เหลือเกินเพราะหลังจากที่ท่านอาจารย์สิทธิผลได้ ทำรายงานไปยังท่านอธิบดีแล้ว ต่อมาไม่นานก็ได้รับอนุมัติให้ลงมือทำงานได้ ท่านอาจารย์สิทธิผล จึงได้นำเงินมามัดจำแก่เจ้าของคือท่านอาวาสวัดท้ายเมือง เมื่อไปถึงวัดปรากฏว่าท่านไม่ยอมออกมาพบ
รออยู่นานสักประเดี๋ยวก็มีเด็กมากระซิบว่า "ท่านไม่ยอมออกมาหรอกครับ เพราะท่านกลัวชาวบ้านโกรธจะไม่ทำบุญ"
ที่เป็นเช่นนี้เพราะที่ดินที่เช่านั้นมีชาวบ้านมาปลูกบ้าน ปลูกส้มโดยเฉพาะปลูกบ้าน มีอยู่หลายหลังทีเดียว เมื่อทราบว่าท่านเจ้าอาวาส จะให้เช่าที่ดินนี้ก็พาจะไม่มาทำบุญกับท่าน แต่เรื่องก้เรียบร้อยลง เมื่อท่านอาจารย์สิทธิผลไปหาท่านเจ้าคณะ ก็เลยทราบว่า ท่านเจ้าอาวาสท้ายเมืองเป็นมอญ ท่านก็เลยส่งภาษามอญเข้าไปในกฏิของท่านเจ้าอาวาส ท่านเจ้าอาวาสจึงยอมออกมา ส่วนพวกชาวบ้านนั้นตอนแรกก็มีปัญหาอยู่ แต่ก็มีการตกลงกันได้ โดยทางฝ่ายผู้ก่อสร้างยินดีออกค่าเสียหาย เช่น ค่ารือถอนบ้าน ค่าต้นไม้ที่จะโค่น และคุณบุญช่วย ภู่โสภา กับคุณชุณห์ ศรีนนท์ พ่อค้ามีชื่อของจังหวัดนนทบุรี ได้ร่วมมือช่วยกัน จัดหาที่ดินให้แก่ผู้ต้องการจะย้าย บ้านเรือนไปปลูกใหม่ แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม ทางคณะผู้ก่อสร้างและ ท่านนายกเทศมนตรี ต่างก็ต้องใช้ความอดทนอย่างยิ่ง ต่อคำวิพากย์วิจารณ์จากชาวบ้านที่เคยเช่าที่ดินอยู่ก่อนการก่อสร้างครั้งนี้ท่านอาจารย์สนิท ศรีลิโก
 เป็นหัวหน้าดำเนินการก่อสร้าง ท่านได้วางแผนทิ้งระดับถมดินให้เท่ากับพื้นถนน เพื่อจะได้ไม่มีปัญหา
เรื่องการลุยน้ำของนักเรียนในหน้าน้ำเพราะเป็นที่ต่ำ งานก้ต้องเร่งทั้งกลางวันกลางคืน โดยเฉพาะท่านอาจารย์ปิ่น วิริยาภรณ์ ท่านให้ความช่วยเหลือทุกอย่าง บางวันขณะที่ทำงานกันก้ไม่วายจะถูกพวกชาวบ้านที่มาดูการก่อสร้างนั้น
พูดกระเซ้าเอาบ่อย ๆ เช่น ตอนส่องกล้องดูที่นั้น มีชาวบ้านพูดว่า "นี่เดี๋ยวก็เอาทั้งคนทั้งกล้อง" พวกคณะก็กระซิบกันว่า "วันนี้กลับบ้านกันแต่วันดีกว่า" ในที่สุดการก่อสร้าง ซึ่งใช้นักเรียนฝึกหัดช่างกลปทุมวัน ก็สำเร็จพร้อมที่จะเปิดเรียนในปี 2501 โดยมีโรงงานอยู่ 2 โรงโรงอาหารกับห้องพักครูอยู่ด้วยกัน ส่วนนักเรียน นั้นเวลาเรียนและฝึกงานก็ทำกันในโรงงานนั่นเอง

ในวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ.2501 ประเทศไทยก็ได้มีโรงเรียนช่างกลเกิดขึ้นอีกแห่ง
ซึ่งทางกระทรวงศึกษาธิการให้ชื่อว่า "โรงเรียนช่างกลนนทบุรี" มีชื่อย่อว่า "ชกน."

โดยมีอาจารย์สิทธิผล พลาชีวิน เป็นผู้รักษาการณ์ ในระยะแรก ๆ อาจารย์สอนไม่มี ก็เลยต้องเอาอาจารย์จากช่างกลปทุมวันมาสอน
โดยเฉพาะมีโรงเรียนช่างกลเกิดขึ้นอีก 2 แห่งอาจารย์ก็ต้องแบ่งไปสอนเป็นชุดๆ เช่น วันจันทร์ อังคาร พุธ ไปสอนช่างกลลพบุรี และวันศุกร์ เสาร์ มาสอนช่างกลปทุมวัน ส่วนช่างกลนนทบุรีกับช่างกลพระนครเหนือนั้นก็ผลัดกันมาสอนเพราะอยู่ใกล้

สิ่งศักดิ์สิทธิ์
นักเรียนช่างกลนั้นย่อมมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้เคารพกราบไหว้ ในพื้นที่ที่ตั้ง โรงเรียนช่างกลนนทบุรีนี้ แต่เดิมนี้นเป็นที่ตั้งของสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่
หลายแห่ง เช่น ทางทิศใต้มีศาลเจ้าแม่ทับทิม สามพี่น้อง และ ทางทิศตะวันตก มีต้นไทรย้อยซึ่งติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา

ในรั้วโรงเรียน
เมื่อเปิดโรงเรียนปีแรกก็มีการเลือกประธานและรองประธาน ตลอดจนสารวัตร
ทำทำเนินการปกครองเองและทุกเช้าเย็นในขณะ ที่นักเรียนมาจากบ้าน หรือกลับจากโรงเรียนเมื่อผ่านประตูทางเข้าก็จะต้องทำความเครพ ไปทั้งสามแห่งคือ องค์พระวิษณุกรรมหนึ่ง ศาลพระภูมิหนึ่ง และศาลเจ้าแม่อีกหนึ่ง

ปัจจุบัน โรงเรียนช่างกลนนทบุรีได้รวมกับโรงเรียนการช่างนนทบุรีเข้าด้วยกัน เมื่อพ.ศ.2518
สังกัดวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ และเมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ.2531
พระบาทสมเด็นพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานนามใหม่แก่วิทยาลัยเทคโนโลยีอาชีวศึกษาว่า
"สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล" และในวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2532
ได้ประกาศให้ใช้ชื่อสถานศึกษาว่า "สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลวิทยาเขตนนทบุรี"

ที่มา : หนังสือเล่มแดง (หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ เว็บมาสเตอร์ )

 

  เมนูหลัก

  ประวัติช่างกลนนทบุรี
  วัตถุประสงค์
  Wallpaper ชกน.
  Webmail

  Link web อื่นๆ
Visited     Designed by Nuimarang 45 Web Server by Thaiwell.Com